Posted in Legend on สิงหาคม 14, 2008 | Leave a Comment »
ใครรู้มั่งเอ๋ย ว่าสวนสนุกแห่งแรกของไทยคือที่ไหน… ผมเชื่อว่าหลายๆคนเฉพาะรุ่นเราๆคิดว่า “แดนเนรมิต” แน่นอน แต่นั้นเป็นคำตอบที่ผิดคับ หลายๆคนคงคุ้นหูกับคำว่า “แฮปปี้แลนด์” แน่นอน แต่ไม่อยากจะเชื่อเลยว่านั้นแหละ คิดสวนสนุกแห่งแรกของประเทศไทย เราลองมาดูประวัติกันดีกว่า
“สวนสนุกแห่งแรกของประเทศไทยไม่ใช่แดนเนรมิต แต่เป็นสวนสนุกที่ชื่อ แฮปปี้แลนด์ แต่ได้ปิดดำเนินการไปตั้งแต่ปีพ.ศ. 2522
แฮปปี้แลนด์ เป็นสวนสนุกกลางแจ้งแห่งแรกของประเทศไทย ตั้งอยู่แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร บริเวณตรงข้ามกับเดอะมอลล์บางกะปิ มีเครื่องเล่นได้แก่ ชิงช้าสวรรค์ รถไฟเหาะ เรือหรรษา ปาเป้า ม้าหมุน ชิงช้า กระดานหก บ้านผีสิง ปัจจุบันปิดดำเนินการไปแล้วตั้งแต่เดือนกันยายน พ.ศ. 2522 และเปิดเป็นตลาดสดแทน
ถึงแม้สวนสนุกแฮปปี้แลนด์จะปิดดำเนินการไปแล้ว ย่านดังกล่าวก็ยังเรียกว่า แฮปปี้แลนด์ บริษัทที่เป็นผู้บริหารสวนสนุกแฮปปี้แลนด์ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ก็ยังคงสร้างบ้านจัดสรร และคอนโดมิเนียมจำหน่ายในทำเลต่างๆ ของกรุงเทพ โดยใช้ชื่อโครงการว่าแฮปปี้แลนด์อยู่”
ที่มา – th.wikipedia.org
Read Full Post »
Posted in Legend on กรกฎาคม 7, 2008 | Leave a Comment »
ไหนๆก็พูดถึงเรื่องราศีไปครั้งที่แล้ว ครั้งนี้ผมก็ขอนำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับราศีประจำตัวผมหน่อยละกันนะคับ พึ่งผ่านมาเดือนที่แล้ว นั้นคือราศีเมถุนนั้นเอง เราลองมาดูเรื่องราวของราศีนี้กันดีกว่า
ราศีเมถุน
คาสเตอร์ (Castor) กับพอลลักซ์ (Pollux) เป็นฝาแฝดก็จริง แต่ไม่ใช่แฝดสอง แต่จริง ๆ แฝดสี่ แถมเป็นแฝดคนละไข่อีกด้วย
เรื่องมีอยู่ว่า ซีอุสเกิดไปหลงรักนางเรดา มเหสีของพระราชาไทนดาริอุส(Tyndareus) แห่งเมืองสปาร์ต้า ซีอุสจึงวางแผนกับเฮอร์เมส ให้เฮอร์เมสแปลงกายเป็นอินทรีให้ไล่ตามตัวเองซึ่งแปลงกายเป็นหงส์ขาว (ซึ่งว่ากันว่ากลุ่มดาวหงส์หรือ Cygnus ก็คือรูปร่างของซีอุสที่กลายเป็นหงส์ขาวนี่เอง) เมื่อนางเรดาเห็นดังนั้นจึงเข้าไปช่วยโอบกอดหงส์ขาวไว้แล้วไล่อินทรีไป แล้วไม่นานนักนางเรดาก็คลอกลูกออกมาเป็นไข่สองใบ (บางก็ว่าใบเดียว) และในไข่แต่ละใบ ก็มีฝาแฝดชายหญิงอย่างละคู่อยู่ ได้แก่ คาสเตอร์กับคลิเทมเนสตร้า(Clytemnestra)ในไข่ใบแรก และ พอลลักซ์กับเฮเลน (Helen) ในไข่ใบที่สอง (ซึ่งนางเฮเลนที่ว่านี้ ก็คือนางเฮเลนที่เป็นต้นกำเนิดของการล่มสลายของเมืองทรอยนั่นเอง)
คาสเตอร์กับพอลลักซ์เป็นพี่น้องที่รักกันมาก แต่ทว่าคาสเตอร์นั้นเป็นลูกของไทนดาริอุสที่เป็นมนุษย์จึงไม่ได้เป็นอมตะ ผิดกับพอลลักซ์ที่เป็นบุตรของซีอุสจึงไม่แก่ไม่ตาย คาสเตอร์และพอลลักซ์ (สองคนเรียกรวมกันว่าดีออสคอยส์ : Dioscuri) ซึ่งทั้งสองก็เป็นผู้กล้าที่มีชื่อเสียงมาก โดยได้เคยรวมเรืออาร์โก้ไปกับเจสันเพื่อเอาขนแกะทองคำด้วย
เรื่องเล่าเกี่ยวกับการตายของคาสเตอร์มีอยู่ว่า ทั้งสองได้ไปร่วมงานแต่งงานระหว่างคู่ฝาแฝดชายนามว่าอิดัส (Idas)และไลนเซอุส(Lynceus) กับฝาแฝดหญิงคือนางฟีเบ (Phoebe) และนางฮิลาเอย์ร่า (Hilaeira) ไม่รู้ว่าเมาอะไร คาสเตอร์กับพลอลักซ์กลับไปฉุดเอาเจ้าสาวทั้งสองมา ทำให้เกิดการต่อสู้กับอิดัสและไลนเซอุส ส่งผลให้คาสเตอร์ตาย (อิดัสกับไลนเซอุสก็ตายด้วย) [...]
Read Full Post »
Posted in Language, Legend on กรกฎาคม 4, 2008 | Leave a Comment »
ก้าวเข้ามาสู่เดือนใหม่ของปีนี้ นั้นก็คือเดือน “กรกฎาคม” นั้นเอง หลายๆคนสงสัยว่า กรกฎาคมนั้น ใช้ “ฎ-ชฎา” หรือ “ฏ-ปฏัก” กันแน่ ผมเลยหาข้อมูลมาจากหนังสือของ”ราชบัณฑิตยสถาน” ได้ความมาดังนี้
ที่ถูกต้องคือ ใช้ “ฎ-ชฎา” คือมีหยักเดียวครับ เขียนได้เป็น “กรกฎาคม” อ่านได้ 2 อย่างคือ “กะ-ระ-กะ-ดา-คม” หรือ “กะ-รัก-กะ-ดา-คม”
แต่ที่หลายๆคนเขียนผิดนั้น ตามความคิดเห็นส่วนตัวของผม น่าจะมาจากราศีอะคับ เพราะเวลาเขียนราศีนั้น เราสามารถเขียนได้ทั้ง 2 อย่างคือ “กรกฎ” และ “กรกฏ” อ่านว่า “กอ-ระ-กด” แปลว่า “ปู” แต่เวลาใช้ส่วนใหญ่จะหมายถึงราศีเสียมากกว่า
ไหนๆก็พูดมาถึงเรื่องราศีประจำเดือนกรกฎาคมแล้ว ผมคิดว่าหลายๆคนยังคงไม่ทราบที่มาของตำนานการเกิดราศี จากที่ได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์เรื่องของตำนานของกรีซบวกกับชอบดูดวงเป็นส่วนตัวคับ ราศี 12 ราศีประจำเดือนนั้น เราได้รับอิทธิพลมาจากทางยุโรป เผยแพร่มาเรื่องๆผ่านอินเดียแล้วเข้ามาสู่ไทย ดูได้จากประเพณีสงกรานต์ของไทยเรานั้น ได้รับอิทธิพลมาจากอินเดียเต็มๆ แต่ความหมายที่แท้จริงนั้น คือการเคลื่อนเข้าสู่ปีใหม่ คือราศีเมษนั้นเอง แต่ความเห็นของผมคิดว่าที่มาของ 12 ราศีนั้น มีแหล่งที่มาจากทางยุโรป ใจกลางอยู่ที่ประเทส [...]
Read Full Post »
Posted in Legend on กรกฎาคม 1, 2008 | Leave a Comment »
มีหลายๆครั้งที่เพื่อนชาวต่างชาติถามผมว่า “ทำไมวันจันทร์ พนักงานส่วนใหญ่ต้องใส่ชุดสีเหลืองด้วยละ” ผมก็บอกพวกเค้าไปว่า “ก็เพราะว่า เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองในหลวงในหลายๆวโรกาส ทั้งทรงครองราชได้ยาวนานที่สุดในโลก และก็ในวโรกาสพระชนมพรรษาครบ 80 พรรษา ในหลวงท่านก็ทรงประสูติในวันจันทร์ และสีประจำวันจันทร์ คือ สีเหลืองไงล่ะ ” แล้วก็มีคำถามต่อเนื่องขึ้นมาอีกว่า “ทำไมวันจันทร์ต้องเป็นสีเหลืองด้วยล่ะ” หลายๆคนคงงงกับคำถามต่อไป เนื่องด้วยเพราะเราคนไทยเจอสีประจำวันจนเคยชิน จนนึกว่าประเทศอื่นๆเค้าก็คงใช้สีประจำวันแบบเดียวกับเราด้วย และแน่นอนหลายๆคนก็คงไม่ทราบที่มาด้วยเช่นเดียวกัน วันนี้ผมจะมาเล่าเรื่องที่มาของสีประจำวันกันดีกว่าให้หลายๆคนได้หายสงสัยกัน และสามารถอธิบายที่ไปที่มาให้เพื่อนชาวต่างชาติให้เข้าใจได้ด้วย แต่ที่มานี้…มีเรื่องเล่ามาจากทางอินเดียนั้นเอง
ที่มาของสีประจำวัน
วันอาทิตย์ พระอิศวรเอาราชสีห์ 6 ตัวมาป่น แล้วห่อด้วยผ้าสีแดง พรมด้วยน้ำอมฤต บังเกิดเป็นพระอาทิตย์ มีกายสีแดง
วันจันทร์ พระอิศวรร่ายพระเวทให้นางฟ้า 15 นางกลายเป็นผงละเอียด แล้วห่อด้วยผ้าสีเหลืองอ่อน พรมด้วยน้ำอมฤต บังเกิดเป็นพระจันทร์ มีกายสีเหลืองนวล
วันอังคาร พระอิศวรร่ายพระเวทให้กระบือ 8 ตัว กลายเป็นผง แล้วห่อด้วยผ้าสีแดงหลัว พรมด้วยน้ำอมฤต บังเกิดเป็นพระอังคาร มีกายเป็นสีแก้วเพทาย (แดงหลัว, ชมพู)
วันพุธ พระอิศวรร่ายพระเวทให้พญาคชสาร 17 ตัวกลายเป็นผง แล้วห่อด้วยผ้าสีเขียวใบไม้ พรมด้วยน้ำอมฤต บังเกิดเป็นพระพุธ มีกายเป็นสีแก้วมรกต
วันพฤหัสบดี [...]
Read Full Post »
Posted in Legend on มิถุนายน 26, 2008 | Leave a Comment »
ผมเองก็คิดว่าผลิตภัณฑ์ของคาสิโอส่วนใหญ่ต้องเป็นเกี่ยวกับเครื่องคิดเลข เลยคิดเหมารวมไปด้วยว่าผลิตภัณฑ์ชิ้นแรกก็ต้องเป็นเครื่องคิดเลขด้วย ถึงทำให้โด่งดังจนถึงทุกวันนี้ แต่หารู้ว่ามันไม่ใช่อย่างที่หลายคนคิด เราลองมาอ่านประวัติของ “คาสิโอ” กันดีกว่า
คาสิโอก่อตั้งขึ้นในเดือนเมษายน ค.ศ. 1946 โดย คะชิโอะ ทะดะโอะ วิศวกรผู้เชี่ยวชาญในสาขาเทคโนโลยีสิ่งทอ ผลิตภัณฑ์หลักชิ้นแรกของคะชิโอะคือ แหวนที่ใช้สำหรับจับบุหรี่ เรียกว่า ยุบิวะไพป์ ซึ่งทำให้ผู้สวมสามารถสูบบุหรี่ได้หมดทั้งมวนโดยที่ไม่ต้องถือเอง เนื่องจากประเทศญี่ปุ่นในขณะนั้นได้เข้าร่วมสงครามโลกครั้งที่สอง บุหรี่จึงเป็นของที่มีค่า สิ่งประดิษฐ์ของคะชิโอะจึงประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง
หลังจากที่คะชิโอะและน้องชายของเขาได้พบเห็นเครื่องคิดเลขที่ทำงานด้วยไฟฟ้าในงาน Business Show ครั้งที่หนึ่งที่กินซะ โตเกียว ในปี ค.ศ. 1949 พวกเขาเล็งเห็นถึงโอกาสเพิ่มรายได้อื่นนอกจากการขายยุบิวะไพป์ โดยการสร้างเครื่องคิดเลขของพวกเขาขึ้นมาเอง เครื่องคิดเลขส่วนใหญ่ในสมัยนั้นทำงานด้วยเฟือง และใช้งานด้วยการหมุนด้วยมือหรือมอเตอร์ คะชิโอะผู้ซึ่งมีความรู้ทางด้านอิเล็กทรอนิกส์มาบ้าง จึงเริ่มประดิษฐ์เครื่องคิดเลขโดยใช้ขดลวดโซเลนอยด์ เครื่องคิดเลขขนาดเท่าโต๊ะหนังสือจึงสร้างสำเร็จในปี ค.ศ. 1954 นับเป็นเครื่องคิดเลขที่ทำงานด้วยเครื่องจักรกลผสมกับไฟฟ้าเครื่องแรกของญี่ปุ่น นวัตกรรมที่สำคัญอย่างหนึ่งในเครื่องคิดเลขของเขาคือ การดัดแปลงแผงปุ่มตัวเลขให้เหลือแค่ 10 ปุ่ม จากเดิมที่มีตัวเลขวางเรียงกันทุกหลัก (เช่นหลักหน่วยก็มี 1-9 หลักสิบก็มี 10-90 หลักร้อยก็มี 100-900 ฯลฯ) และนวัตกรรมอีกอย่างหนึ่งคือการลดหน้าต่างแสดงผลให้เหลือเพียงช่องเดียว เทียบกับเครื่องอื่นๆ ที่มีสามช่อง (ได้แก่ช่องสำหรับตัวตั้งสองตัวและช่องแสดงผลลัพธ์)
ในปี ค.ศ. [...]
Read Full Post »
Posted in Legend on มิถุนายน 25, 2008 | Leave a Comment »
ก้าวเข้าสู่รั้วมหาลัย กิจกรรมที่ทุกคนต้องเผชิญ ก็คงไม่พ้น “กิจกรรมรับน้อง” ว่าแต่ว่าใครทราบมั่งว่า ต้นตำรับกิจกรรมรับน้องนี้ เริ่มมาจากที่ไหน และอย่างไร
กิจกรรมรับน้องใหม่ (Initiation ritual) เกิดขึ้นครั้งแรกภายในโรงเรียนประจำของประเทศอังกฤษ (Public School) และโรงเรียนนายร้อย Sand Hurst จุดประสงค์เพื่อต้องการฝึกฝนบุคคลในสถาบันให้มีระเบียบวินัยและสามารถปกครองควบคุมอาณานิคมได้
ต่อมา ค.ศ.1850 โรงเรียนทหารของสหรัฐนำระบบดังกล่าวมาประยุกต์และพัฒนาเป็น ระบบโซตัสหรือระบบอาวุโส (SOTUS) เพื่อใช้ฝึกระเบียบวินัย ความอดทนและเพิ่มความสมานสามัคคีให้กับนักเรียนนายร้อย
SOTUS ย่อมาจากอักษรภาษาอังกฤษ 5 ตัว คือ
S = Seniority เคารพผู้อาวุโส
O = Order ต้องทำตามคำสั่งผู้อาวุโส
T = Tradition ทำตามประเพณีที่ผู้อาวุโสคิดเอาไว้
U = Unity ต้องมีความคิดที่เหมือนกันอย่างเป็นเอกภาพและห้ามมีความคิดที่แตกต่าง
และ S = Spirit หมายถึง พร้อมพลีชีพเพื่อสถาบัน
ประเพณีรับน้องใหม่ในยุคเริ่มแรก จะมีบททดสอบด้านต่างๆ อาทิ บททดสอบความอดทน ที่รุ่นพี่จะขู่ตะคอกหรือว้าก (Scold) รุ่นน้องที่เข้ามาใหม่ เพื่อสร้างความอดทนต่อแรงกดดันจากสถานการณ์ต่างๆ
ระบบนี้ได้แพร่กระจายไปตามมหาวิทยาลัยทั่วประเทศสหรัฐอเมริกา โดยการรับน้องใหม่ช่วงนั้น จะแยกนักศึกษาชายและหญิงออกจากกัน
ซึ่งนักศึกษาชายจะใช้ชื่อกลุ่มว่า Fraternity และกลุ่มนักศึกษาหญิงใช้ชื่อ [...]
Read Full Post »
Posted in Legend on มิถุนายน 24, 2008 | Leave a Comment »
วันนี้ ผมจะมาพูดเกี่ยวกับหนึ่งในอาหารที่ผมชื่นชอบกัน ที่จริงแล้ว…ข้าวผัดอเมริกันนี้ไม่ได้มีต้นตำรับมาจากอเมริกันอย่างที่ชื่อบ่งบอกแต่อย่างใด เกิดขึ้นจากภูมิปัญญาของคนไทยนั้นเอง เราลองมาดูที่มาของข้าวผัดอเมริกัน กันดีกว่า
ข้าวผัดอเมริกันที่แพร่หลายกันอยู่ทุกวันนี้เกิดจากคุณนิตยา นาฏยะสุนทร ที่นำอาหารที่เหลือจากสายการบินหนึ่ง มาใช้ให้เป็นประโยชน์ คือตอนนั้น สายการบินหนึ่งก็มีผู้โดยสารแค่สี่สิบกว่าคน อาหารขึ้นเครื่องมีน้อย ส่วนใหญ่สายการบินจะพาผู้โดยสารมากินอาหารกับเรา เขาจะสั่งจองอาหารเช้า อาหารกลางวัน ทีนี้เกิดสายการบินโน้นมาบอกยกเลิก เครื่องไม่ลง เราเตรียมอาหารเช้าไว้แล้ว ไข่ดาว ไส้กรอก อะไรพวกนี้เหลือเต็มไปหมด คุณนิตยา นาฏยะสุนทร ก็เลยบอกเอายังงี้ ข้าวผัดเรามียืนพื้นอยู่แล้วก็เอาไข่ดาว หรือไม่ก็ไก่อบวางข้างบน พอเราทำเป็นกินเป็นตัวอย่าง พวกนายทหารอากาศไทย นายพลต่างๆ ก็สั่งตาม ทหารอเมริกันเห็นก็โอ้ หน้าตาดีนี่ เขาถามว่าชื่ออะไร คุณนิตยา นาฏยะสุนทร ก็เลยตั้งชื่อว่า อเมริกัน ฟรายด์ ไรซ์ หรือก็คือ ข้าวผัดอเมริกัน คุณทวี จุลละทรัพย์ ตอนนั้นท่านเป็นเสนาธิการทหารอากาศ ท่านชอบชื่อนี้มาก บางวันที่โปะหน้าข้าวผัดก็เปลี่ยนไปจากไส้กรอกหรือไก่อบ เป็นเนื้อทอด แล้วแต่ว่าวันนั้นในครัวเหลืออะไร
Read Full Post »
Posted in Legend on มิถุนายน 22, 2008 | Leave a Comment »
ทำไมนะ เค้กแต่งงานต้องมีหลายชั้นด้วย มีหลายคนเคยสงสัยมั้ยว่าเพราะอะไร วันนี้ผมจะมาเล่าเกี่ยวกับประวัติที่มาของเค้กแต่งงานให้อ่านกันครับ
“เค้กแต่งงาน”
เป็นขนมหวานที่นิยมใช้เลี้ยงแขกเป็นสิ่งแรกหลังจากเสร็จสิ้นพิธีแต่งงานของคู่บ่าวสาว
โดยประวัติของเค้กแต่งงานนั้นเริ่มขึ้นในคริสต์ศตวรรษที่ 12-15 ในสมัยโรมัน ซึ่งเป็นประเพณีที่แขกผู้ร่วมงานแต่งงานจะนำขนมเค้กก้อนเล็กๆมีลักษณะคล้ายก้อนขนมปังมาร่วมงาน
จากนั้นจะนำมากองรวมกันเป็นชั้นๆ เพื่อให้คู่บ่าวสาวปีนขึ้นไปจูบกันบนยอดกองขนมเค้ก หากคู่บ่าวสาวคู่ใดสามารถปีนขึ้นไปจูบกันบนยอดของชั้นเค้กได้เชื่อกันว่าจะเป็นคู่ที่โชคดี แต่หากทำไม่สำเร็จหรือตกลงมาก็คือว่าเป็นการสร้างความสนุกสนานครื้นเครงให้กับคนในงาน
ซึ่งหลังจากนั้นเค้กแต่งงานก็ได้มีวิวัฒนาการเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ โดยเริ่มรวมขนมเค้กเอาไว้เป็นก้อนเดียวแต่มีหลายๆ ชั้นเฉกเช่นในปัจจุบันนี้
Read Full Post »
Posted in Legend on มิถุนายน 21, 2008 | Leave a Comment »
หลายๆคนให้ความสำคัญกับวันวาเลนไทน์ซะส่วนใหญ่ เพราะว่าในช่วงวัยรุ่นใน จะเป็นช่วงที่พึ่งเรียนรู้เรื่องความรักและให้ความสำคัญกับความรักซะส่วนมาก โดยเฉพาะในวันวาเลนไทน์นี้ หลายคนใช้โอกาสในวันนี้บอกรักคนที่เราแอบรัก หรือเดทกับคนที่เรารัก ต่างๆนานา วันนี้ผมเลยนำเสนอเกี่ยวกับประวัติวันวาเลนไทน์กัน
ประวัติวันวาเลนไทน์
วันวาเลนไทน์นั้นมีมาตั้งแต่สมัยจักรวรรดิโรมัน ในกรุงโรมสมัยก่อนนั้น วันที่ 14 กุมภาพันธ์ จะเป็นวันเฉลิมฉลองของจูโน่ซึ่งเป็นราชินีแห่งเหล่าเทพและเทพธิดาของโรมัน ชาวโรมันรู้จักเธอในนามของเทพธิดาแห่ง อิสตรีและการแต่งงาน และในวันถัดมาคือวันที่ 15 กุมภาพันธ์ ก็จะเป็นวันเริ่มต้นงานเลี้ยงของ Lupercalia การดำเนินชีวิตของเด็กหนุ่มและเด็กสาวในสมัยนั้นจะถูกแยกจากกันอย่างเด็ดขาด แต่อย่างไรก็ตาม ยังมีประเพณี อย่างนึง ซึ่งเด็กหนุ่มสาวยังสืบทอดต่อกันมา คือ คืนก่อนวันเฉลิมฉลอง Lupercalia นั้นชื่อของเด็กสาวทุกคนจะถูกเขียนลงในเศษกระดาษเล็ก ๆ และจะใส่เอาไว้ในเหยือก เด็กหนุ่มแต่ละคนจะดึงชื่อของเด็กสาวออกจากเหยือก แล้วหลังจากนั้นก็จะจับคู่กันในงานเฉลิมฉลอง บางครั้งการจับคู่นี้ ท้ายที่สุดก็จะจบลงด้วยการที่เด็กหนุ่มและเด็กสาวทั้งสองนั้นได้ตกหลุมรักกันและแต่งงานกันในที่สุด
ภายใต้การปกครองของจักรพรรดิคลอดิอุสที่สอง (Claudius II) นั้น กรุงโรมได้เกิดสงครามหลาย ครั้ง และคลอดิอุสเองก็ประสบกับปัญหาในการที่จะหาทหารจำนวนมากมายมหาศาลมาเข้าร่วมในศึกสงคราม และเขาเชื่อว่าเหตุผลสำคัญก็คือ ผู้ชายโรมันหลายคนไม่ต้องการจากครอบครัวและคนอันเป็นที่รักไป และด้วยเหตุผลนี้เอง ทำให้จักรพรรดิคลอดิอุสประกาศให้ยกเลิกงานแต่งงานและงานหมั้นทั้งหมดในกรุงโรม ถึงกระนั้นก็ตาม ยังมีนักบุญผู้ใจดีคนหนึ่งซึ่งชื่อว่า ท่านนักบุญวาเลนไทน์ ท่านเป็นพระที่กรุงโรมในสมัยของจักรพรรดิคลอดิอุสที่สอง ท่านนักบุญวาเลนไทน์และนักบุญมาริอุส ได้จัดตั้งกลุ่มองค์กรเล็ก ๆ เพื่อช่วยเหลือชาวคริสเตียนที่ตกทุกข์ได้ยากเหล่านี้ และได้จัดให้มีการแต่งงานของคู่รักอย่างลับ ๆ [...]
Read Full Post »
Posted in Legend on มิถุนายน 20, 2008 | Leave a Comment »
ปัจจุบันนี้ มีคนหลายคนใช้คำว่า “คาสโนว่า” กับผู้ชายที่ชอบมีชู้หลายๆคน แต่รู้หรือไม่ว่า คำว่า”คาสโนว่า”นี้ มาจากชื่อขุนนางในอิตาลี ทำไมเค้าถึงต้องใช้ชื่อของเค้า เป็นตัวแทนของคนที่เจ้าชู้ด้วยนะ เราลองมาอ่านประวัติกันดีกว่าครับ
คาสโนว่า หรือ จีโอวันนี จาโกโม กาซาโนวา (Giovanni Giacomo Casanova, 2 เมษายน ค.ศ. 1725 ในเมือง เวนิส ประเทศอิตาลี – 4 มิถุนายน ค.ศ. 1798 ในเมืองดุกซ์ แคว้นโบฮีเมีย ปัจจุบันคือเมืองดุชคอฟ สาธารณรัฐเช็ก) เป็นนักเขียน นักผจญภัย และนักนิยมสตรี (womanizer) ผู้มีชื่อเสียง ชาวเวียนนา เขาเป็นที่รู้จักโดยทั่วไป จากความสามารถในลักลอบเป็นชู้และเอาชนะหัวใจหญิงสาวจำนวนมาก จากหนังสืออัตชีวประวัติของเขา Histoire de ma vie (ประวัติชีวิตของข้าพเจ้า) ถือเป็นแหล่งข้อมูลที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่งที่จะบอกถึงธรรมเนียมและบรรทัดฐานของชีวิตสังคมฝรั่งเศสในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 18 ซึ่งเขาหลับนอนกับสตรีมานับ 112 คน (เฉพาะที่บันทึกไว้)
แม้ว่าเขามักจะมีความเกี่ยวข้องกับดอน ควน (Don [...]
Read Full Post »