Posted in Language on สิงหาคม 14, 2008 | Leave a Comment »
มีใครสงสัยมั้ยว่า เจ้าชู้…ทำไมต้องประตูดินด้วย ประตูฟ้าไม่ได้เหรอ เผอิญผมได้เจอที่มาของคำนี้จากรายการทีวีพอดี เลยนำความรู้มาฝากเพื่อนๆกัน
“คำนี้มีที่มาวันนี้มีที่ มาที่ไปของคำที่น่าสนใจคำหนึ่ง คำว่า เจ้าชูประตูดิน ครูครับทำไมเจ้าชู้ต้องประตูดินด้วย
ก็นี่ไงครับเดี๋ยวผมจะเล่าที่มาให้ฟัง คำว่าเจ้าชู้ประตูดิน ใช้กันมานานแล้ว ที่ต้องเป็นคำว่าต่อว่าประตู ดินก็ เพราะประตูดินในที่นี้ คือประตูศรีสุดาวงศ์ในพระบรมมหาราชวัง เป็นประตูทางเข้าออกเขตชั้นใน ซึ่งเป็นที่อยู่ของบรรดาหญิงชาว วัง ซึ่งผู้ชายเข้าไม่ได้ หนุ่มๆที่อยากดูสาวชาววังก็ ต้องรอตอนสาวชาววังออกมาจับจ่าย ซื้อหาข้าวของนอก ประตูถึงจะได้เห็น แต่จะไปเกี้ยวแบบเดินไปขอเบอร์แบบเดี๋ยวนี้ไม่ได้นะ เพราะเค้ามีคนมาเฝ้า และที่หน้าประตูก็มีโขลน หรือตำรวจวัง ด้วย สุ่มสี่สุ่มห้เดินทะเล่อทะล่าเข้าไปจีบ เดี๋ยวเป็นไปโดนดี คราวนี้พอสาวชาววังออกมา หนุ่มๆก็จะไปคอยดักดูอยู่แถวหน้าประตูดินที่ว่านี่ แหละหวังจะทำความรู้จักด้วย จึงเป็นที่มาของคำว่าเจ้าชู้ประตูดินนั่นเอง แถมบางครั้ง มีสร้อยคำต่อท้ายด้วยว่า
“เจ้าชู้ประตูดิน หมูหมาเกี้ยวสิ้นไม่เลือกหน้า”
“
ที่มา – รายการ “คุณพระช่วย“
Read Full Post »
Posted in Language on กรกฎาคม 11, 2008 | 2 Comments »
ผมเชื่อว่า เพื่อนๆหลายคนคงคุ้นเคยกับสำนวนที่ว่า “ชักแม่น้ำทั้งห้า” แต่ใครเคยสงสัยมั้ยว่า มีที่ไปที่มาอย่างไร ทำไมต้องเป็นแม่น้ำทั้งห้า แล้วแม่น้ำทั้งห้าที่อยู่ในสำนวนไทยนี้ มีแม่น้ำอะไรกันมั่ง วันนี้ผมก็จะเล่าเรื่องราว ไขข้อกระจ่างเกี่ยวกับสำนวนไทยนี้ให้อ่านกันครับ
“ชักแม่น้ำทั้งห้า”
สำนวนนี้มีที่มาจากวรรณคดีเรื่องมหาชาติ แม่น้ำทั้งห้าคือแม่น้ำสายใหญ่ในอินเดีย ๕ สาย ได้แก่ คงคา ยมุนา (อ่านว่า ยะ-มุ-นา) อจิรวดี (อ่านว่า อะ-จิ-ระ-วะ-ดี) สรภู (อ่านว่า สอ-ระ-พู) และ มหิ เมื่อชูชกจะกล่าวขอสองกุมารต่อพระเวสสันดร ไม่ทูลขอตรง ๆ แต่นำเอาแม่น้ำทั้งห้ามาเปรียบ ว่าไหลแผ่สาขาเป็นประโยชน์แก่ฝูงชนอย่างไร ก็เหมือนน้ำพระทัยของพระเวสสันดรอย่างนั้น
“ชักแม่น้ำทั้งห้า” เป็นสำนวนหมายความว่า ใครจะพูดขอร้องอะไรก็ตาม ไม่พูดตรงๆ ตามจุดประสงค์ แต่พูดเรื่องอื่นๆ หว่านล้อมเสียก่อนแล้วจึงหันเข้าหาจุดประสงค์
“ข้อมูลสนับสนุนจากหนังสือ ๑๐๘ ซองคำถาม / สำนักพิมพ์สารคดี”
Read Full Post »
Posted in Language, Legend on กรกฎาคม 4, 2008 | Leave a Comment »
ก้าวเข้ามาสู่เดือนใหม่ของปีนี้ นั้นก็คือเดือน “กรกฎาคม” นั้นเอง หลายๆคนสงสัยว่า กรกฎาคมนั้น ใช้ “ฎ-ชฎา” หรือ “ฏ-ปฏัก” กันแน่ ผมเลยหาข้อมูลมาจากหนังสือของ”ราชบัณฑิตยสถาน” ได้ความมาดังนี้
ที่ถูกต้องคือ ใช้ “ฎ-ชฎา” คือมีหยักเดียวครับ เขียนได้เป็น “กรกฎาคม” อ่านได้ 2 อย่างคือ “กะ-ระ-กะ-ดา-คม” หรือ “กะ-รัก-กะ-ดา-คม”
แต่ที่หลายๆคนเขียนผิดนั้น ตามความคิดเห็นส่วนตัวของผม น่าจะมาจากราศีอะคับ เพราะเวลาเขียนราศีนั้น เราสามารถเขียนได้ทั้ง 2 อย่างคือ “กรกฎ” และ “กรกฏ” อ่านว่า “กอ-ระ-กด” แปลว่า “ปู” แต่เวลาใช้ส่วนใหญ่จะหมายถึงราศีเสียมากกว่า
ไหนๆก็พูดมาถึงเรื่องราศีประจำเดือนกรกฎาคมแล้ว ผมคิดว่าหลายๆคนยังคงไม่ทราบที่มาของตำนานการเกิดราศี จากที่ได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์เรื่องของตำนานของกรีซบวกกับชอบดูดวงเป็นส่วนตัวคับ ราศี 12 ราศีประจำเดือนนั้น เราได้รับอิทธิพลมาจากทางยุโรป เผยแพร่มาเรื่องๆผ่านอินเดียแล้วเข้ามาสู่ไทย ดูได้จากประเพณีสงกรานต์ของไทยเรานั้น ได้รับอิทธิพลมาจากอินเดียเต็มๆ แต่ความหมายที่แท้จริงนั้น คือการเคลื่อนเข้าสู่ปีใหม่ คือราศีเมษนั้นเอง แต่ความเห็นของผมคิดว่าที่มาของ 12 ราศีนั้น มีแหล่งที่มาจากทางยุโรป ใจกลางอยู่ที่ประเทส [...]
Read Full Post »