Feeds:
เรื่อง
ความเห็น

ประวัติเอกสารสำหรับ มิถุนายน, 2008

เมื่อไม่กี่วัน ในเดือนนี้ ผมพึ่งได้บัตรประชาชนใหม่มาสดๆร้อนๆเลย เพราะว่าบัตรประชาชนใบเก่าผมพึ่งหมดอายุตอนก่อนวันเกิดผมวันหนึ่งในปีนี้
บัตรประชาชนนั้นมีอายุ 6 ปี แล้วก็ต้องไปทำใหม่ที่สำนักงานเขตทุกๆ 6 ปี ซึ่งเราจะทำที่เขตไหนก็ได้ไม่ว่ากัน แค่เอาใบเก่าไปแลกกับใบบัตรใหม่ พูดถึงบัตรประชาชนสมัยเป็นแบบ Smart Card ซะด้วย ใช่แล้ว ผมเองก็ได้ทำใบแบบ Smart Card เช่นกัน รู้สึกดูดีกว่าเก่าเยอะเลย เพราะจะใช้กล้องแบบให้เรามองเห็นมุมมองแบบที่เค้ากะลังถ่ายอยู่ ถ้าไม่พอใจก็เปลี่ยนใหม่ได้ เดี๋ยวนี้เค้าสะดวกจริงๆ วันนี้ผมก็จะนำความรู้เรื่องใบประชาชนมาเสนอ มีใครทราบมั้ยว่า เลขที่บนใบประชาชนนั้นสามารถบ่งบอกอะไรหลายๆอย่างเกี่ยวกับตัวเราได้ด้วยนะครับ เราลองมาดูกันเลยดีกว่า
รู้หรือไม่ ความหมายของเลข 13 หลัก ในบัตรประจำตัวประชาชน
หลักที่ 1 หมายถึงประเภทบุคคลซึ่งมี 8 ประเภท คือ
ประเภทที่ 1 ได้แก่ คนที่เกิดและมีสัญชาติ ไทย ได้แจ้งเกิดภายในกำหนดเวลา
ตั้งแต่1 มกราคม 2527)
ประเภทที่ 2 ได้แก่ คนที่เกิดและมีสัญชาติไทย ได้แจ้งเกิดเกินกำหนดเวลา
(ตั้งแต่ 1 มกราคม 2527)
ประเภทที่ 3 ได้แก่คนไทยและคนต่างด้าวที่ มีใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าว
และมีที่อยู่ในทะเบียนบ้าน [...]

Read Full Post »

ผมเองก็คิดว่าผลิตภัณฑ์ของคาสิโอส่วนใหญ่ต้องเป็นเกี่ยวกับเครื่องคิดเลข เลยคิดเหมารวมไปด้วยว่าผลิตภัณฑ์ชิ้นแรกก็ต้องเป็นเครื่องคิดเลขด้วย ถึงทำให้โด่งดังจนถึงทุกวันนี้ แต่หารู้ว่ามันไม่ใช่อย่างที่หลายคนคิด เราลองมาอ่านประวัติของ “คาสิโอ” กันดีกว่า
คาสิโอก่อตั้งขึ้นในเดือนเมษายน ค.ศ. 1946 โดย คะชิโอะ ทะดะโอะ วิศวกรผู้เชี่ยวชาญในสาขาเทคโนโลยีสิ่งทอ ผลิตภัณฑ์หลักชิ้นแรกของคะชิโอะคือ แหวนที่ใช้สำหรับจับบุหรี่ เรียกว่า ยุบิวะไพป์ ซึ่งทำให้ผู้สวมสามารถสูบบุหรี่ได้หมดทั้งมวนโดยที่ไม่ต้องถือเอง เนื่องจากประเทศญี่ปุ่นในขณะนั้นได้เข้าร่วมสงครามโลกครั้งที่สอง บุหรี่จึงเป็นของที่มีค่า สิ่งประดิษฐ์ของคะชิโอะจึงประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง
หลังจากที่คะชิโอะและน้องชายของเขาได้พบเห็นเครื่องคิดเลขที่ทำงานด้วยไฟฟ้าในงาน Business Show ครั้งที่หนึ่งที่กินซะ โตเกียว ในปี ค.ศ. 1949 พวกเขาเล็งเห็นถึงโอกาสเพิ่มรายได้อื่นนอกจากการขายยุบิวะไพป์ โดยการสร้างเครื่องคิดเลขของพวกเขาขึ้นมาเอง เครื่องคิดเลขส่วนใหญ่ในสมัยนั้นทำงานด้วยเฟือง และใช้งานด้วยการหมุนด้วยมือหรือมอเตอร์ คะชิโอะผู้ซึ่งมีความรู้ทางด้านอิเล็กทรอนิกส์มาบ้าง จึงเริ่มประดิษฐ์เครื่องคิดเลขโดยใช้ขดลวดโซเลนอยด์ เครื่องคิดเลขขนาดเท่าโต๊ะหนังสือจึงสร้างสำเร็จในปี ค.ศ. 1954 นับเป็นเครื่องคิดเลขที่ทำงานด้วยเครื่องจักรกลผสมกับไฟฟ้าเครื่องแรกของญี่ปุ่น นวัตกรรมที่สำคัญอย่างหนึ่งในเครื่องคิดเลขของเขาคือ การดัดแปลงแผงปุ่มตัวเลขให้เหลือแค่ 10 ปุ่ม จากเดิมที่มีตัวเลขวางเรียงกันทุกหลัก (เช่นหลักหน่วยก็มี 1-9 หลักสิบก็มี 10-90 หลักร้อยก็มี 100-900 ฯลฯ) และนวัตกรรมอีกอย่างหนึ่งคือการลดหน้าต่างแสดงผลให้เหลือเพียงช่องเดียว เทียบกับเครื่องอื่นๆ ที่มีสามช่อง (ได้แก่ช่องสำหรับตัวตั้งสองตัวและช่องแสดงผลลัพธ์)
ในปี ค.ศ. [...]

Read Full Post »

ต้นตำรับรับน้อง

ก้าวเข้าสู่รั้วมหาลัย กิจกรรมที่ทุกคนต้องเผชิญ ก็คงไม่พ้น “กิจกรรมรับน้อง” ว่าแต่ว่าใครทราบมั่งว่า ต้นตำรับกิจกรรมรับน้องนี้ เริ่มมาจากที่ไหน และอย่างไร
กิจกรรมรับน้องใหม่ (Initiation ritual) เกิดขึ้นครั้งแรกภายในโรงเรียนประจำของประเทศอังกฤษ (Public School) และโรงเรียนนายร้อย Sand Hurst จุดประสงค์เพื่อต้องการฝึกฝนบุคคลในสถาบันให้มีระเบียบวินัยและสามารถปกครองควบคุมอาณานิคมได้
ต่อมา ค.ศ.1850 โรงเรียนทหารของสหรัฐนำระบบดังกล่าวมาประยุกต์และพัฒนาเป็น ระบบโซตัสหรือระบบอาวุโส (SOTUS) เพื่อใช้ฝึกระเบียบวินัย ความอดทนและเพิ่มความสมานสามัคคีให้กับนักเรียนนายร้อย
SOTUS ย่อมาจากอักษรภาษาอังกฤษ 5 ตัว คือ
S = Seniority เคารพผู้อาวุโส
O = Order ต้องทำตามคำสั่งผู้อาวุโส
T = Tradition ทำตามประเพณีที่ผู้อาวุโสคิดเอาไว้
U = Unity ต้องมีความคิดที่เหมือนกันอย่างเป็นเอกภาพและห้ามมีความคิดที่แตกต่าง
และ S = Spirit หมายถึง พร้อมพลีชีพเพื่อสถาบัน
ประเพณีรับน้องใหม่ในยุคเริ่มแรก จะมีบททดสอบด้านต่างๆ อาทิ บททดสอบความอดทน ที่รุ่นพี่จะขู่ตะคอกหรือว้าก (Scold) รุ่นน้องที่เข้ามาใหม่ เพื่อสร้างความอดทนต่อแรงกดดันจากสถานการณ์ต่างๆ
ระบบนี้ได้แพร่กระจายไปตามมหาวิทยาลัยทั่วประเทศสหรัฐอเมริกา โดยการรับน้องใหม่ช่วงนั้น จะแยกนักศึกษาชายและหญิงออกจากกัน
ซึ่งนักศึกษาชายจะใช้ชื่อกลุ่มว่า Fraternity และกลุ่มนักศึกษาหญิงใช้ชื่อ [...]

Read Full Post »

วันนี้ ผมจะมาพูดเกี่ยวกับหนึ่งในอาหารที่ผมชื่นชอบกัน ที่จริงแล้ว…ข้าวผัดอเมริกันนี้ไม่ได้มีต้นตำรับมาจากอเมริกันอย่างที่ชื่อบ่งบอกแต่อย่างใด เกิดขึ้นจากภูมิปัญญาของคนไทยนั้นเอง เราลองมาดูที่มาของข้าวผัดอเมริกัน กันดีกว่า
ข้าวผัดอเมริกันที่แพร่หลายกันอยู่ทุกวันนี้เกิดจากคุณนิตยา นาฏยะสุนทร ที่นำอาหารที่เหลือจากสายการบินหนึ่ง มาใช้ให้เป็นประโยชน์ คือตอนนั้น สายการบินหนึ่งก็มีผู้โดยสารแค่สี่สิบกว่าคน อาหารขึ้นเครื่องมีน้อย ส่วนใหญ่สายการบินจะพาผู้โดยสารมากินอาหารกับเรา เขาจะสั่งจองอาหารเช้า อาหารกลางวัน ทีนี้เกิดสายการบินโน้นมาบอกยกเลิก เครื่องไม่ลง เราเตรียมอาหารเช้าไว้แล้ว ไข่ดาว ไส้กรอก อะไรพวกนี้เหลือเต็มไปหมด คุณนิตยา นาฏยะสุนทร ก็เลยบอกเอายังงี้ ข้าวผัดเรามียืนพื้นอยู่แล้วก็เอาไข่ดาว หรือไม่ก็ไก่อบวางข้างบน พอเราทำเป็นกินเป็นตัวอย่าง พวกนายทหารอากาศไทย นายพลต่างๆ ก็สั่งตาม ทหารอเมริกันเห็นก็โอ้ หน้าตาดีนี่ เขาถามว่าชื่ออะไร คุณนิตยา นาฏยะสุนทร ก็เลยตั้งชื่อว่า อเมริกัน ฟรายด์ ไรซ์ หรือก็คือ ข้าวผัดอเมริกัน คุณทวี จุลละทรัพย์ ตอนนั้นท่านเป็นเสนาธิการทหารอากาศ ท่านชอบชื่อนี้มาก บางวันที่โปะหน้าข้าวผัดก็เปลี่ยนไปจากไส้กรอกหรือไก่อบ เป็นเนื้อทอด แล้วแต่ว่าวันนั้นในครัวเหลืออะไร

Read Full Post »

ทำไมนะ เค้กแต่งงานต้องมีหลายชั้นด้วย มีหลายคนเคยสงสัยมั้ยว่าเพราะอะไร วันนี้ผมจะมาเล่าเกี่ยวกับประวัติที่มาของเค้กแต่งงานให้อ่านกันครับ
“เค้กแต่งงาน”
เป็นขนมหวานที่นิยมใช้เลี้ยงแขกเป็นสิ่งแรกหลังจากเสร็จสิ้นพิธีแต่งงานของคู่บ่าวสาว
โดยประวัติของเค้กแต่งงานนั้นเริ่มขึ้นในคริสต์ศตวรรษที่ 12-15 ในสมัยโรมัน ซึ่งเป็นประเพณีที่แขกผู้ร่วมงานแต่งงานจะนำขนมเค้กก้อนเล็กๆมีลักษณะคล้ายก้อนขนมปังมาร่วมงาน
จากนั้นจะนำมากองรวมกันเป็นชั้นๆ เพื่อให้คู่บ่าวสาวปีนขึ้นไปจูบกันบนยอดกองขนมเค้ก หากคู่บ่าวสาวคู่ใดสามารถปีนขึ้นไปจูบกันบนยอดของชั้นเค้กได้เชื่อกันว่าจะเป็นคู่ที่โชคดี แต่หากทำไม่สำเร็จหรือตกลงมาก็คือว่าเป็นการสร้างความสนุกสนานครื้นเครงให้กับคนในงาน
ซึ่งหลังจากนั้นเค้กแต่งงานก็ได้มีวิวัฒนาการเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ โดยเริ่มรวมขนมเค้กเอาไว้เป็นก้อนเดียวแต่มีหลายๆ ชั้นเฉกเช่นในปัจจุบันนี้

Read Full Post »

หลายๆคนให้ความสำคัญกับวันวาเลนไทน์ซะส่วนใหญ่ เพราะว่าในช่วงวัยรุ่นใน จะเป็นช่วงที่พึ่งเรียนรู้เรื่องความรักและให้ความสำคัญกับความรักซะส่วนมาก โดยเฉพาะในวันวาเลนไทน์นี้ หลายคนใช้โอกาสในวันนี้บอกรักคนที่เราแอบรัก หรือเดทกับคนที่เรารัก ต่างๆนานา วันนี้ผมเลยนำเสนอเกี่ยวกับประวัติวันวาเลนไทน์กัน
ประวัติวันวาเลนไทน์
วันวาเลนไทน์นั้นมีมาตั้งแต่สมัยจักรวรรดิโรมัน ในกรุงโรมสมัยก่อนนั้น วันที่ 14 กุมภาพันธ์ จะเป็นวันเฉลิมฉลองของจูโน่ซึ่งเป็นราชินีแห่งเหล่าเทพและเทพธิดาของโรมัน ชาวโรมันรู้จักเธอในนามของเทพธิดาแห่ง อิสตรีและการแต่งงาน และในวันถัดมาคือวันที่ 15 กุมภาพันธ์ ก็จะเป็นวันเริ่มต้นงานเลี้ยงของ Lupercalia การดำเนินชีวิตของเด็กหนุ่มและเด็กสาวในสมัยนั้นจะถูกแยกจากกันอย่างเด็ดขาด แต่อย่างไรก็ตาม ยังมีประเพณี อย่างนึง ซึ่งเด็กหนุ่มสาวยังสืบทอดต่อกันมา คือ คืนก่อนวันเฉลิมฉลอง Lupercalia นั้นชื่อของเด็กสาวทุกคนจะถูกเขียนลงในเศษกระดาษเล็ก ๆ และจะใส่เอาไว้ในเหยือก เด็กหนุ่มแต่ละคนจะดึงชื่อของเด็กสาวออกจากเหยือก แล้วหลังจากนั้นก็จะจับคู่กันในงานเฉลิมฉลอง บางครั้งการจับคู่นี้ ท้ายที่สุดก็จะจบลงด้วยการที่เด็กหนุ่มและเด็กสาวทั้งสองนั้นได้ตกหลุมรักกันและแต่งงานกันในที่สุด
ภายใต้การปกครองของจักรพรรดิคลอดิอุสที่สอง (Claudius II) นั้น กรุงโรมได้เกิดสงครามหลาย ครั้ง และคลอดิอุสเองก็ประสบกับปัญหาในการที่จะหาทหารจำนวนมากมายมหาศาลมาเข้าร่วมในศึกสงคราม และเขาเชื่อว่าเหตุผลสำคัญก็คือ ผู้ชายโรมันหลายคนไม่ต้องการจากครอบครัวและคนอันเป็นที่รักไป และด้วยเหตุผลนี้เอง ทำให้จักรพรรดิคลอดิอุสประกาศให้ยกเลิกงานแต่งงานและงานหมั้นทั้งหมดในกรุงโรม ถึงกระนั้นก็ตาม ยังมีนักบุญผู้ใจดีคนหนึ่งซึ่งชื่อว่า ท่านนักบุญวาเลนไทน์ ท่านเป็นพระที่กรุงโรมในสมัยของจักรพรรดิคลอดิอุสที่สอง ท่านนักบุญวาเลนไทน์และนักบุญมาริอุส ได้จัดตั้งกลุ่มองค์กรเล็ก ๆ เพื่อช่วยเหลือชาวคริสเตียนที่ตกทุกข์ได้ยากเหล่านี้ และได้จัดให้มีการแต่งงานของคู่รักอย่างลับ ๆ [...]

Read Full Post »

ปัจจุบันนี้ มีคนหลายคนใช้คำว่า “คาสโนว่า” กับผู้ชายที่ชอบมีชู้หลายๆคน แต่รู้หรือไม่ว่า คำว่า”คาสโนว่า”นี้ มาจากชื่อขุนนางในอิตาลี ทำไมเค้าถึงต้องใช้ชื่อของเค้า เป็นตัวแทนของคนที่เจ้าชู้ด้วยนะ เราลองมาอ่านประวัติกันดีกว่าครับ
คาสโนว่า หรือ จีโอวันนี จาโกโม กาซาโนวา (Giovanni Giacomo Casanova, 2 เมษายน ค.ศ. 1725 ในเมือง เวนิส ประเทศอิตาลี – 4 มิถุนายน ค.ศ. 1798 ในเมืองดุกซ์ แคว้นโบฮีเมีย ปัจจุบันคือเมืองดุชคอฟ สาธารณรัฐเช็ก) เป็นนักเขียน นักผจญภัย และนักนิยมสตรี (womanizer) ผู้มีชื่อเสียง ชาวเวียนนา เขาเป็นที่รู้จักโดยทั่วไป จากความสามารถในลักลอบเป็นชู้และเอาชนะหัวใจหญิงสาวจำนวนมาก จากหนังสืออัตชีวประวัติของเขา Histoire de ma vie (ประวัติชีวิตของข้าพเจ้า) ถือเป็นแหล่งข้อมูลที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่งที่จะบอกถึงธรรมเนียมและบรรทัดฐานของชีวิตสังคมฝรั่งเศสในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 18 ซึ่งเขาหลับนอนกับสตรีมานับ 112 คน (เฉพาะที่บันทึกไว้)
แม้ว่าเขามักจะมีความเกี่ยวข้องกับดอน ควน (Don [...]

Read Full Post »

To A.Kittipon

ผมไม่แน่ใจครับ ว่าต้องโพสไว้กี่ข้อความ ยังไงก็ถ้ามีอะไรขาดตกบกพร่องประการ รบกวนอาจารย์ช่วยคอมเมนต์ด้วยนะคับ
ขอบคุณครับ

Read Full Post »

ผมเชื่อว่ามีหลายคนเคยสงสัยว่า สิ่งที่พระเคาะๆพร้อมกับสวดมนต์นั้น คืออะไรกันแน่เนี้ยะ
ผมเองเป็นคนหนึ่งแหละที่เคยสงสัย และเชื่อว่า หลายๆคนก็ยังไม่รู้ว่าสิ่งนี้มันคืออะไร แล้วพยายามหาคำตอบ ในที่สุด ผมก็ได้เจอเขียนในบทความหนึ่ง ที่จริงสิ่งมันคือ “ปลา”
ฮ่ะ ปลาเหรอ บ่อยครั้งที่เราเข้าวัดจีน ตาหน้ามันก็ไม่ค่อยจะเหมือนปลาซักเท่าไหร่นัก แต่ชื่อมันก็บอกอยู่แล้ว ว่ามันคือ “บักฮื้อ” ต่อไปนี้เราลองมาอ่านเกี่ยวกับประวัติเจ้าของสิ่งนี้กัน
“บักฮื้อ” เป็นไม้แกะสลักคล้าย ๆ รูปปลา (บัก = ไม้ ฮื้อ = ปลา) เหตุผลที่เคาะบักฮื้อเวลาสวดทำพิธี เนื่องด้วยจาก ตำนาน ว่า เมื่อครั้งที่พระถังซำจั๋ง ได้เดินทางไปอัญเชิญพระไตรปิฎก ณ ชมพูทวีปนั้นก่อนเมื่อเดินทางไป เมื่อต้องข้ามมหาสมุทรได้ข้ามโดยมีเต่าที่บำเพ็ญเพียรบารมีมาช้านานได้พาข้ามไป โดยที่เต่านั้นได้ฝาก พระถังซำจั๋ง ถามพระโพธิสัตว์ ว่าเมื่อใดตนจะบรรลุมรรคผล แต่ต่อมาเมื่อพระถังซำจั๋ง ได้อัญเชิญ พระไตรปิฎกได้แล้ว เมื่อต้องข้ามมหาสมุทรกลับก็ได้เต่าตัวเดิมให้ขี่หลังกลับ เต่าจึงทวงถาม พระถังซำจั๋งว่า ได้ถามพระโพธิสัตว์ให้หรือไม่ แต่พระถังซำจั๋งลืมถาม เต่าจึงโมโห ดำลงใต้น้ำ ทำให้ พระไตรปิฎกที่อัญเชิญมากระจายลงน้ำ และได้ถูกกินโดยปลา “หลีฮื้อ” ซึ่งปลาหลีฮื้อนี่เองที่ทำให้เกิด บักฮื้อ [...]

Read Full Post »

ช่วงวัยรุ่น เพื่อนๆหลายคน ก็มีปัญหาเรื่องสิวกัน แต่รู้หรือไม่ว่า สิวขึ้นตามที่ต่างๆบนใบหน้า บ่งบอกปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพส่วนต่างๆของเราได้ด้วยนะครับ
1. หน้าผากด้านซ้าย
…..การย่อยอาหาร กระเพาะปัสสาวะ ต่อมหมวกไต > มีความเครียดสูง ล้างหน้าไม่สะอาด เพราะทารองพื้นหรือแต่งคิ้วมากไป
 2. หว่างคิ้ว
…..ตับ อาจมีปัญหาในการย่อยแลคโทส (ดื่มนมไม่ได้) > กินอาหารรสจัดหรือกินอาหารดึกเกินไป 
3. หน้าผากด้านขวา
…..การย่อยอาหาร กระเพาะปัสสาวะ ต่อมหมวกไต > มีความเครียดสูง ล้างหน้าไม่สะอาด เพราะทารองพื้นหรือแต่งคิ้วมากไป
 4. ใบหูทั้ง 2 ข้าง
….. โรคไต ล้างแชมพูหรือสบู่ออกไม่หมด ใช้โทรศัพท์มือถือมากเกินไป > ดื่มกาแฟ แอลกอฮอล์หรือกินเนื้อสัตว์มากเกินไป
 5. แก้มทั้ง 2 ด้าน
….. แก้มส่วนบน > ไซนัสและปอด – แก้มส่วนล่าง > เหงือก และฟัน >สูบบุหรี่จัด หรือแพ้ควันบุหรี่ ภูมิแพ้ เป็นหวัดเรื้อรัง หรืออาจใช้บลัชออนและรองพื้นไม่เหมาะสม ถ้าเป็นริ้วรอยลึกบริเวณโหนกแก้มอาจบ่งบอกถึงปัญหาเรื่องปอ ดหรือการหายใจ ถ้ามีสิวแบบเป็น ๆ หายๆ [...]

Read Full Post »

เรื่องที่เก่ากว่า